MPT-1050 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์ 10 ช่อง พร้อมภาคขยายเสียงในตัว สำหรับงานแสดงสดและระบบเสียง PA
รหัสสินค้า : NTS-MPT-1050
| ราคา |
8,700.00 บาท |
| จำนวนที่จะซื้อ | |
| ราคารวม | 8,700.00 บาท |
สินค้าไม่เพียงพอ
สินค้าหมด
- MPT-1050 (NTS) เครื่องผสมสัญญาณเสียงพร้อมภาคขยายกำลังในตัว (Powered Mixer) สำหรับเชื่อมต่อไมโครโฟน เครื่องดนตรี และอุปกรณ์เสียงต่าง ๆ
- รองรับ 10 อินพุต (6 Mono + 2 Stereo) สำหรับควบคุมและผสมสัญญาณเสียงจากหลายแหล่ง
- มีภาคขยายเสียงในตัว สามารถเชื่อมต่อกับลำโพงพาสซีฟที่มีค่าความต้านทานและกำลังรองรับเหมาะสม
- รองรับการปรับแต่งเสียงแต่ละช่องสัญญาณ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเสียงพูด เสียงร้อง และเสียงดนตรี
- เหมาะสำหรับจัดชุดเครื่องเสียงที่ต้องการรวม มิกเซอร์และเพาเวอร์แอมป์ ไว้ในเครื่องเดียว
- เหมาะสำหรับ งานแสดงสด งานอีเวนต์ งานคาราโอเกะ โรงเรียน วัด และระบบเสียง PA
MPT-1050 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์ 10 ช่องเสียง พร้อมแอมป์ 500W × 2 Bluetooth และ USB
MPT-1050 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์ (Powered Mixer) ทรงแร็ค พร้อมเครื่องขยายเสียงสเตอริโอในตัว รองรับอินพุต 6 Mono และ 2 Stereo รวม 10 ช่องเสียง ให้กำลังขับ 330W × 2 ที่ 8 โอห์ม และ 500W × 2 ที่ 4 โอห์ม มาพร้อม Bluetooth, USB MP3 Playback, Digital Effect 99 โปรแกรม, Graphic EQ 7-Band และ Phantom Power +48V เหมาะสำหรับระบบเสียง PA งานประชุม โรงเรียน งานคาราโอเกะ งานจัดเลี้ยง และกิจกรรมที่ต้องการใช้ลำโพง Passive โดยไม่ต้องติดตั้ง Power Amplifier แยกต่างหาก
จุดเด่นของ MPT-1050 (NTS)
- เพาเวอร์มิกเซอร์ทรงแร็ค 10 ช่องเสียง ประกอบด้วย 6 Mono และ 2 Stereo
- เครื่องขยายเสียงสเตอริโอในตัว กำลังขับ 330W × 2 ที่ 8Ω และ 500W × 2 ที่ 4Ω
- รองรับ Bluetooth สำหรับรับสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์ที่เข้ากันได้
- USB สำหรับเล่นไฟล์ MP3 พร้อมหน้าจอแสดงผล และมีฟังก์ชัน Recording
- Digital Effect 99 โปรแกรม สำหรับปรับแต่งเสียงร้องและเสียงดนตรี
- 3-Band EQ สำหรับช่องอินพุต พร้อม Graphic EQ 7-Band
- AUX Send 2 ชุด พร้อม Mute และ Solo Switch
- Phantom Power +48V สำหรับไมโครโฟนที่ต้องการไฟเลี้ยง
MPT-1050 (NTS) เหมาะกับงานอะไร?
NTS MPT-1050 เหมาะสำหรับระบบเสียงที่ต้องการช่องไมโครโฟนหลายช่อง มีเครื่องขยายเสียงในตัว และต้องการความสะดวกในการจัดระบบเสียงโดยไม่ต้องใช้มิกเซอร์กับเพาเวอร์แอมป์แยกกัน
- ห้องประชุมและสัมมนา: ผสมเสียงไมโครโฟนหลายตัวกับเสียงจากอุปกรณ์นำเสนอ
- โรงเรียนและสถานศึกษา: ใช้กับกิจกรรม การบรรยาย และงานประชาสัมพันธ์
- งานคาราโอเกะ: ผสมเสียงร้องกับเพลง พร้อมเอฟเฟกต์ดิจิทัล
- งานจัดเลี้ยง: รองรับเสียงพิธีกร เสียงร้อง และดนตรีประกอบ
- งานกิจกรรมชุมชน: ใช้ในระบบเสียง PA ที่ต้องการอินพุตหลายช่อง
- ร้านอาหารและพื้นที่กิจกรรม: ใช้กับระบบเสียงพูดและดนตรีสดขนาดเล็ก
- งานเครื่องเสียงเคลื่อนย้าย: ลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งและเชื่อมต่อ
รายละเอียด MPT-1050 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์พร้อมเครื่องขยายเสียงในตัว
NTS MPT-1050 เป็นเพาเวอร์มิกเซอร์ระบบอนาล็อกที่รวมเครื่องผสมสัญญาณเสียงและภาคขยายเสียงสเตอริโอไว้ภายในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับการจัดระบบเสียงที่ต้องการควบคุมไมโครโฟน เครื่องเล่นเพลง และลำโพง Passive จากอุปกรณ์หลักเพียงเครื่องเดียว
ตัวเครื่องมีอินพุต Mono จำนวน 6 ช่อง และ Stereo จำนวน 2 ชุด รวมเป็น 10 ช่องเสียงเมื่อนับสัญญาณซ้ายและขวาของช่อง Stereo แยกกัน จึงเหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับไมโครโฟนหลายตัว พร้อมแหล่งเสียงสเตอริโอ เช่น เครื่องเล่นเพลงหรืออุปกรณ์เสียงภายนอก
ภาคขยายเสียงภายในให้กำลังขับตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ 330 วัตต์ต่อช่องที่โหลด 8 โอห์ม และ 500 วัตต์ต่อช่องที่โหลด 4 โอห์ม ทำให้สามารถเชื่อมต่อลำโพง Passive ที่มีอิมพีแดนซ์และกำลังรับเหมาะสมได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Power Amplifier ภายนอก
ในส่วนของการปรับแต่งเสียง MPT-1050 มี EQ แบบ 3 แบนด์สำหรับช่องอินพุต เพื่อปรับเสียงต่ำ เสียงกลาง และเสียงแหลม พร้อม Graphic EQ 7 แบนด์ สำหรับปรับสมดุลเสียงของระบบโดยรวมให้เหมาะกับลักษณะลำโพงและพื้นที่ใช้งาน
สำหรับงานร้องเพลงและดนตรี ตัวเครื่องมี Digital Effect 99 โปรแกรม ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์สำหรับเสียงร้องและเสียงประกอบกิจกรรมได้ตามความต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มอุปกรณ์เอฟเฟกต์ภายนอกสำหรับการใช้งานทั่วไป
ด้านการเชื่อมต่อ MPT-1050 รองรับ Bluetooth สำหรับรับเสียงแบบไร้สายจากอุปกรณ์ที่เข้ากันได้ และ USB สำหรับเล่นไฟล์ MP3 พร้อมหน้าจอแสดงผล นอกจากนี้ยังมีการระบุฟังก์ชัน Recording สำหรับการบันทึกเสียงตามความสามารถของระบบภายในเครื่อง
ฟังก์ชัน AUX Send จำนวน 2 ชุดช่วยให้สามารถส่งสัญญาณเสียงไปยังอุปกรณ์ภายนอกหรือระบบมอนิเตอร์ตามรูปแบบการเชื่อมต่อที่รองรับ พร้อมปุ่ม Mute และ Solo สำหรับช่วยควบคุมและตรวจสอบสัญญาณจากแต่ละช่อง
นอกจากนี้ MPT-1050 ยังมี Phantom Power +48V สำหรับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ที่ต้องการไฟเลี้ยง จึงสามารถนำไปใช้กับระบบเสียงพูด งานประชุม และการรับเสียงเครื่องดนตรีที่ใช้อุปกรณ์รองรับได้
กำลังขับ 330W × 2 ที่ 8Ω และ 500W × 2 ที่ 4Ω
จุดเด่นสำคัญของ MPT-1050 คือภาคขยายเสียงสเตอริโอในตัว ซึ่งให้กำลังขับสูงกว่ารุ่น MPT-1030 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เผยแพร่
- 330W × 2 ที่ 8Ω: สำหรับโหลดลำโพง 8 โอห์ม
- 500W × 2 ที่ 4Ω: สำหรับโหลดลำโพง 4 โอห์ม
กำลังขับดังกล่าวเป็นค่าที่ผู้จำหน่ายระบุตรงกันหลายแห่ง แต่ยังไม่พบเอกสารผู้ผลิตที่ยืนยันมาตรฐานการวัดว่าเป็น RMS หรือ Continuous จึงไม่ควรนำตัวเลขไปตีความเป็นกำลังขับต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ
ก่อนเชื่อมต่อลำโพง Passive ควรตรวจสอบอิมพีแดนซ์รวม กำลังรับของลำโพง และรูปแบบการต่อสาย เพื่อป้องกันการต่อโหลดต่ำกว่าความสามารถของเครื่องขยายเสียง
10 ช่องเสียง รองรับ 6 Mono และ 2 Stereo
MPT-1050 มีอินพุต Mono จำนวน 6 ช่อง และ Stereo จำนวน 2 ชุด รวมเป็น 10 ช่องเสียง เหมาะสำหรับการเชื่อมต่อไมโครโฟนหลายตัวร่วมกับเครื่องเล่นเพลงหรือแหล่งสัญญาณสเตอริโอ
การนับจำนวนช่องเสียงแบบนี้หมายถึงการนับสัญญาณซ้ายและขวาของ Stereo แยกเป็นสองช่อง ดังนั้นเครื่องไม่ได้มีอินพุตไมโครโฟนอิสระ 10 ช่อง
ผู้ที่ต้องการใช้ไมโครโฟนหลายตัวควรตรวจสอบจำนวนช่อง Mono และรูปแบบขั้วต่อที่ต้องใช้ เพื่อให้เหมาะกับการจัดระบบเสียงจริง
Digital Effect 99 โปรแกรม สำหรับเสียงร้องและดนตรี
NTS MPT-1050 มีระบบเอฟเฟกต์ดิจิทัลในตัวจำนวน 99 โปรแกรม สามารถใช้ปรับแต่งเสียงร้องและเสียงจากแหล่งสัญญาณต่าง ๆ ตามรูปแบบกิจกรรม
เหมาะสำหรับงานคาราโอเกะ งานร้องเพลง และการแสดงดนตรีที่ต้องการเอฟเฟกต์เพิ่มเติม โดยสามารถทดลองเลือกโปรแกรมและปรับระดับเอฟเฟกต์ให้เหมาะกับเสียงต้นทาง
สำหรับงานประชุมหรือการบรรยาย ควรใช้เอฟเฟกต์อย่างจำกัด เพื่อรักษาความชัดเจนของคำพูดและหลีกเลี่ยงความก้องที่ไม่จำเป็น
3-Band EQ และ Graphic EQ 7-Band
MPT-1050 มีระบบ EQ แบบ 3 แบนด์สำหรับช่องอินพุต เพื่อปรับเสียงต่ำ เสียงกลาง และเสียงแหลม โดยข้อมูลทางเทคนิคจากผู้จำหน่ายระบุรายละเอียดดังนี้
- High: ±15dB ที่ 12kHz
- Mid: ±15dB ที่ 2.5kHz
- Low: ±15dB ที่ 80Hz
นอกจากนี้ยังมี Graphic EQ 7 แบนด์ สำหรับปรับสมดุลเสียงโดยรวมของระบบ ซึ่งช่วยให้สามารถปรับเสียงให้เหมาะกับพื้นที่และลักษณะลำโพงที่ใช้งาน
ควรเริ่มปรับ EQ จากค่ากลาง แล้วปรับเฉพาะย่านความถี่ที่จำเป็น เพราะการเพิ่มระดับ EQ มากเกินไปอาจทำให้สัญญาณเกิดความผิดเพี้ยนและเพิ่มความเสี่ยงต่อเสียงหอน
Bluetooth และ USB สำหรับเล่นเพลงและบันทึกเสียง
MPT-1050 รองรับ Bluetooth สำหรับรับเสียงจากสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ส่งสัญญาณที่เข้ากันได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเปิดเพลงประกอบกิจกรรม
ตัวเครื่องมี USB สำหรับเล่นไฟล์ MP3 พร้อมจอแสดงผล และมีฟังก์ชัน Recording ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เผยแพร่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบข้อมูลยืนยันรูปแบบไฟล์บันทึก ความละเอียดเสียง และจำนวนช่องสัญญาณที่บันทึกได้ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ก่อนนำไปใช้ในงานบันทึกเสียงที่มีข้อกำหนดเฉพาะ
AUX Send 2 ชุด พร้อม Mute และ Solo
MPT-1050 มี AUX Send จำนวน 2 ชุด สำหรับส่งสัญญาณเสียงไปยังอุปกรณ์ภายนอก เช่น อุปกรณ์ประมวลผลเสียงหรือระบบมอนิเตอร์ที่รองรับ
การมี AUX Send มากกว่าหนึ่งชุดช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเส้นทางสัญญาณ โดยควรตรวจสอบรูปแบบการทำงานของ AUX แต่ละชุดก่อนออกแบบระบบมอนิเตอร์
นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Mute สำหรับปิดสัญญาณช่องที่ไม่ต้องการใช้งาน และ Solo สำหรับช่วยตรวจสอบสัญญาณตามการออกแบบของเครื่อง
Phantom Power +48V สำหรับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์
NTS MPT-1050 มี Phantom Power +48V สำหรับจ่ายไฟให้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ที่รองรับ ช่วยให้สามารถใช้งานร่วมกับไมโครโฟนได้หลากหลายประเภท
ก่อนเปิดหรือปิด Phantom Power ควรลดระดับเสียงและตรวจสอบการเชื่อมต่อให้เรียบร้อย เพื่อลดความเสี่ยงจากเสียงกระแทกที่อาจส่งไปยังลำโพง
เปรียบเทียบ MPT-1050 และ MPT-1030 (NTS)
ทั้งสองรุ่นเป็นเพาเวอร์มิกเซอร์ทรงแร็คในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน มีอินพุต 6 Mono และ 2 Stereo รวม 10 ช่องเสียง พร้อม Bluetooth, USB, Digital Effect 99 โปรแกรม และ Graphic EQ 7-Band
| รายการ | MPT-1030 / MPT-1050 |
| จำนวนช่องเสียง | 10 ช่องเสียง / 10 ช่องเสียง |
| Mono Input | 6 / 6 |
| Stereo Input | 2 ชุด / 2 ชุด |
| กำลังขับที่ 8Ω | 230W × 2 / 330W × 2 |
| กำลังขับที่ 4Ω | 300W × 2 / 500W × 2 |
| Digital Effect | 99 โปรแกรม / 99 โปรแกรม |
| Graphic EQ | 7-Band / 7-Band |
| Bluetooth / USB | รองรับทั้งสองรุ่น |
ความแตกต่างสำคัญคือกำลังขับของภาคขยายเสียง โดย MPT-1050 มีตัวเลขกำลังขับสูงกว่า MPT-1030 ขณะที่จำนวนช่องอินพุตและฟังก์ชันหลักใกล้เคียงกัน
หากต้องการกำลังขับเพิ่มขึ้นโดยยังใช้เพาเวอร์มิกเซอร์ทรงแร็คแบบรวมเครื่องเดียว MPT-1050 จึงเป็นรุ่นที่ควรนำมาพิจารณา โดยต้องตรวจสอบความเหมาะสมกับลำโพงที่ใช้งานร่วมกัน
วิธีติดตั้งและใช้งาน MPT-1050 (NTS) เบื้องต้น
- วางเครื่องบนพื้นผิวที่มั่นคงและมีพื้นที่ระบายอากาศเหมาะสม
- ปิดเครื่องและลดระดับเสียงก่อนเชื่อมต่ออุปกรณ์
- เชื่อมต่อไมโครโฟนเข้ากับช่อง Mono Input
- เชื่อมต่อเครื่องเล่นเพลงเข้ากับ Stereo Input หรือเลือกใช้งาน Bluetooth และ USB
- ตรวจสอบอิมพีแดนซ์และกำลังรับของลำโพง Passive ก่อนต่อสายลำโพง
- ตรวจสอบสายสัญญาณ สายลำโพง และสายไฟให้เรียบร้อย
- เปิดเครื่องและปรับระดับสัญญาณจากค่าต่ำ
- ใช้ Mute และ Solo เพื่อตรวจสอบและควบคุมช่องสัญญาณตามความจำเป็น
- ปรับ 3-Band EQ และ Graphic EQ 7-Band ให้เหมาะกับพื้นที่
- เลือก Digital Effect หากต้องการใช้กับเสียงร้องหรือดนตรี
- ทดสอบเสียงจากลำโพงและตรวจสอบว่าไม่มีเสียงแตกหรือเสียงหอน
- เมื่อใช้งานเสร็จ ลดระดับเสียงและปิดเครื่องก่อนถอดสายเชื่อมต่อ
จุดแตกต่างของ MPT-1050 (NTS)
- Rack-Style Powered Mixer: รวมมิกเซอร์และภาคขยายเสียงไว้ในเครื่องเดียว
- 10 ช่องเสียง: รองรับ 6 Mono และ 2 Stereo
- 500W × 2 ที่ 4Ω: กำลังขับตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ สูงกว่ารุ่น MPT-1030
- Digital Effect 99 โปรแกรม: รองรับงานร้องเพลงและดนตรี
- Graphic EQ 7-Band: ช่วยปรับสมดุลเสียงโดยรวม
- AUX Send 2 ชุด: เพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งสัญญาณ
- Bluetooth และ USB: รองรับการเล่นเพลงจากอุปกรณ์ที่เข้ากันได้
- Phantom Power +48V: รองรับไมโครโฟนที่ต้องการไฟเลี้ยง
ข้อจำกัดและข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ
- 10 ช่องเสียงประกอบด้วย 6 Mono และ 2 Stereo ไม่ใช่อินพุตไมโครโฟนอิสระ 10 ช่อง
- กำลังขับที่ระบุยังไม่พบหลักฐานยืนยันมาตรฐาน RMS หรือ Continuous
- ต้องเลือกอิมพีแดนซ์และกำลังรับของลำโพง Passive ให้เหมาะสม
- ไม่ควรต่อโหลดลำโพงต่ำกว่าค่าที่ภาคขยายเสียงรองรับ
- ยังไม่พบข้อมูลยืนยันรูปแบบไฟล์และความละเอียดของฟังก์ชัน Recording
- ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่า AUX Send เป็นแบบ Pre-Fader หรือ Post-Fader
- ควรตรวจสอบขนาดตัวเครื่องและอุปกรณ์ยึดก่อนติดตั้งในตู้แร็ค
- ควรจัดพื้นที่ระบายอากาศให้เหมาะสม เนื่องจากเครื่องมีภาคขยายเสียงในตัว
Specification MPT-1050 (NTS)
| Brand | NTS |
| Model | MPT-1050 |
| Product Type | Rack-Style Powered Mixer |
| Mixer Type | Analog Powered Mixer |
| Input Channels | 10 ช่องเสียง (6 Mono + 2 Stereo) |
| Mono Inputs | 6 ช่อง |
| Stereo Inputs | 2 ชุด |
| Power Output @ 8Ω | 330W × 2 |
| Power Output @ 4Ω | 500W × 2 |
| Frequency Response | 20Hz–20kHz |
| Channel EQ | 3-Band EQ |
| High EQ | ±15dB @ 12kHz |
| Mid EQ | ±15dB @ 2.5kHz |
| Low EQ | ±15dB @ 80Hz |
| Graphic EQ | 7-Band Graphic EQ |
| Digital Effects | 99 Programs |
| AUX Send | 2 |
| Mute Switch | รองรับ |
| Solo Switch | รองรับ |
| Phantom Power | +48V |
| Bluetooth | รองรับ |
| USB MP3 Playback | รองรับ พร้อมจอแสดงผล |
| Recording Function | รองรับตามข้อมูลผู้จำหน่าย |
| Built-in Power Amplifier | Stereo 2 Channels |
| Speaker Compatibility | Passive Speakers ที่มีอิมพีแดนซ์เหมาะสม |
ทำไมถึงควรเลือก MPT-1050 (NTS)?
MPT-1050 (NTS) เป็นเพาเวอร์มิกเซอร์ทรงแร็คที่รวมเครื่องผสมเสียง 10 ช่องเสียงและเครื่องขยายเสียงสเตอริโอไว้ในตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระบบเสียง PA ที่ใช้ไมโครโฟนหลายตัวร่วมกับลำโพง Passive
ด้วยกำลังขับตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ 330W × 2 ที่ 8 โอห์ม และ 500W × 2 ที่ 4 โอห์ม พร้อม Bluetooth, USB, Digital Effect 99 โปรแกรม, Graphic EQ 7-Band, AUX Send 2 ชุด และ Phantom Power +48V ทำให้สามารถประยุกต์ใช้กับงานประชุม โรงเรียน งานคาราโอเกะ และกิจกรรมทั่วไปได้หลากหลาย
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเพาเวอร์มิกเซอร์ NTS แบบทรงแร็คที่มีกำลังขับสูงกว่ารุ่น MPT-1030 โดยยังคงจำนวนช่องอินพุตและฟังก์ชันหลักใกล้เคียงกัน MPT-1050 เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา โดยเลือกใช้งานให้เหมาะกับกำลังรับของลำโพง อิมพีแดนซ์ และลักษณะพื้นที่จริง



