PM-7 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์ 7 ช่อง พร้อมเครื่องขยายเสียงในตัว สำหรับงานคาราโอเกะและระบบเสียง PA

รหัสสินค้า : NTS-PM7

ราคา

5,800.00 บาท

จำนวนที่จะซื้อ
ราคารวม 5,800.00 บาท

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

  • PM-7 (NTS) เครื่องผสมสัญญาณเสียงพร้อมภาคขยายกำลังในตัว (Powered Mixer) สำหรับควบคุมเสียงจากไมโครโฟน เครื่องดนตรี และอุปกรณ์เล่นเพลง
  • รวมภาคมิกเซอร์และเครื่องขยายเสียงไว้ในเครื่องเดียว ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบ
  • สามารถเชื่อมต่อกับ ลำโพงพาสซีฟ โดยต้องเลือกค่าความต้านทานและกำลังรองรับของลำโพงให้เหมาะสม
  • เหมาะสำหรับ งานคาราโอเกะ งานประชุม โรงเรียน วัด งานกิจกรรม และระบบเสียง PA
  • รองรับ 7 อินพุต (5 Mono + 1 Stereo) พร้อมภาคขยายเสียง 2 × 200 วัตต์ ที่ 4Ω หรือ 2 × 120 วัตต์ ที่ 8Ω
  • มี 3-Band EQ แยกแต่ละช่องอินพุต พร้อม Graphic Equalizer 5 แบนด์ สำหรับปรับแต่งเสียงหลัก
  • มาพร้อม Digital Effect 99 โปรแกรม และ AUX Send 1 ช่อง สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เอฟเฟกต์ภายนอกหรือระบบลำโพงมอนิเตอร์
  • รองรับ Bluetooth, USB MP3 Player, USB Audio Interface และฟังก์ชันบันทึกเสียง สำหรับเล่นเพลงและเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
  • มี +48V Phantom Power, ไฟแสดง Peak และสวิตช์ PFL ในแต่ละช่องอินพุต ช่วยตรวจสอบและควบคุมสัญญาณเสียง

PM-7 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์ 7 แชนแนล พร้อม Bluetooth USB และเอฟเฟกต์ 99 โปรแกรม

PM-7 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์ (Powered Mixer) ระบบอนาล็อก 7 ช่องสัญญาณ พร้อมเครื่องขยายเสียงสเตอริโอในตัว กำลังขับ 120W × 2 ที่ 8 โอห์ม และ 200W × 2 ที่ 4 โอห์ม รองรับอินพุต 5 Mono และ 1 Stereo พร้อม Bluetooth, USB MP3 Playback, Digital Effect 99 โปรแกรม และ Phantom Power +48V เหมาะสำหรับระบบเสียง PA งานประชุม โรงเรียน งานร้องเพลง และกิจกรรมที่ต้องการเชื่อมต่อลำโพง Passive โดยไม่ต้องใช้ Power Amplifier แยกต่างหาก

จุดเด่นของ PM-7 (NTS)

  • เพาเวอร์มิกเซอร์ 7 ช่องสัญญาณ ประกอบด้วย 5 Mono Input และ 1 Stereo Input
  • เครื่องขยายเสียงสเตอริโอในตัว กำลังขับ 120W × 2 ที่ 8Ω และ 200W × 2 ที่ 4Ω
  • รองรับ Bluetooth สำหรับรับสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์ที่เข้ากันได้
  • USB สำหรับเล่นไฟล์ MP3 พร้อมจอแสดงผล และการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
  • Digital Effect 99 โปรแกรม สำหรับปรับแต่งเสียงร้องและเสียงดนตรี
  • 3-Band EQ สำหรับช่องอินพุต พร้อม Graphic EQ 5-Band
  • มี AUX Send, PFL Switch และ Peak LED สำหรับควบคุมสัญญาณ
  • รองรับ Phantom Power +48V และฟังก์ชันบันทึกเสียง

PM-7 (NTS) เหมาะกับงานอะไร?

NTS PM-7 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมิกเซอร์พร้อมเครื่องขยายเสียงในตัว และต้องการช่องไมโครโฟนมากกว่ารุ่น PM-5 โดยสามารถนำไปใช้งานร่วมกับลำโพง Passive ที่มีอิมพีแดนซ์เหมาะสมได้

  • ห้องประชุมและสัมมนา: สำหรับผสมเสียงจากไมโครโฟนหลายตัวร่วมกับเสียงประกอบการนำเสนอ
  • โรงเรียนและสถานศึกษา: สำหรับงานประชาสัมพันธ์ การบรรยาย และกิจกรรมภายในโรงเรียน
  • งานร้องเพลงและคาราโอเกะ: สำหรับผสมเสียงร้องกับเสียงเพลง พร้อมปรับเอฟเฟกต์
  • งานจัดเลี้ยง: สำหรับเสียงพิธีกร เสียงร้อง และเพลงประกอบงาน
  • ร้านอาหารและร้านกาแฟ: สำหรับระบบเสียงพูดและดนตรีในกิจกรรมภายในร้าน
  • งานกิจกรรมชุมชน: สำหรับระบบเสียง PA ที่ต้องการไมโครโฟนหลายช่อง
  • ระบบเสียงเคลื่อนย้าย: สำหรับงานที่ต้องการลดจำนวนอุปกรณ์มิกเซอร์และเครื่องขยายเสียง

รายละเอียด PM-7 (NTS) เพาเวอร์มิกเซอร์พร้อมแอมป์ในตัว

NTS PM-7 เป็นเพาเวอร์มิกเซอร์ระบบอนาล็อกที่รวมเครื่องผสมสัญญาณเสียงและเครื่องขยายเสียงไว้ในอุปกรณ์เดียว ช่วยให้การจัดระบบเสียง PA สำหรับงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางตามความเหมาะสมของพื้นที่มีความสะดวกมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องขยายเสียงแยกต่างหากสำหรับลำโพง Passive ที่รองรับ

ตัวเครื่องมีอินพุต 5 Mono และ 1 Stereo ซึ่งรวมเป็น 7 ช่องสัญญาณเสียง เหมาะสำหรับการเชื่อมต่อไมโครโฟนหลายตัวร่วมกับเครื่องเล่นเพลงหรืออุปกรณ์เสียงสเตอริโอ เช่น ระบบเสียงสำหรับพิธีกร ผู้บรรยาย หรือการแสดงดนตรีขนาดเล็ก

ภาคขยายเสียงสเตอริโอในตัวมีกำลังขับตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ 120 วัตต์ต่อช่องที่โหลด 8 โอห์ม และ 200 วัตต์ต่อช่องที่โหลด 4 โอห์ม ช่วยให้สามารถใช้งานร่วมกับลำโพง Passive โดยเลือกจำนวนลำโพงและการต่อสายให้เหมาะกับความสามารถของเครื่องขยายเสียง

ในส่วนของการควบคุมเสียง PM-7 มี EQ แบบ 3 แบนด์สำหรับช่องอินพุต เพื่อปรับเสียงต่ำ เสียงกลาง และเสียงแหลม พร้อม Graphic EQ 5 แบนด์ สำหรับปรับสมดุลเสียงโดยรวมให้เหมาะกับลำโพงและสภาพแวดล้อมในการใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีระบบ Digital Effect 99 โปรแกรม ซึ่งสามารถนำมาใช้ปรับแต่งเสียงร้องหรือเสียงจากไมโครโฟนตามรูปแบบกิจกรรม โดยเฉพาะงานร้องเพลงและคาราโอเกะที่ต้องการเอฟเฟกต์เสียงเพิ่มเติม

ด้านการเล่นเพลงและเชื่อมต่ออุปกรณ์ PM-7 รองรับ Bluetooth สำหรับรับสัญญาณเสียงแบบไร้สาย มี USB สำหรับเล่นไฟล์ MP3 พร้อมจอแสดงผล และมีฟังก์ชัน USB สำหรับเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ รวมถึงฟังก์ชันบันทึกเสียงตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เผยแพร่

สำหรับงานที่ใช้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ ตัวเครื่องมี Phantom Power +48V พร้อมระบบ PFL และ Peak LED ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบและตั้งระดับสัญญาณได้เหมาะสมก่อนส่งเสียงออกไปยังลำโพง

เครื่องขยายเสียงสเตอริโอในตัว 120W × 2 และ 200W × 2

จุดเด่นของ PM-7 คือการรวมเครื่องขยายเสียงไว้ภายในตัวมิกเซอร์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับลำโพง Passive ผ่านเอาต์พุตลำโพงของเครื่องได้โดยตรง

ข้อมูลกำลังขับที่ระบุในรายการสินค้าหลายแห่งสอดคล้องกัน ได้แก่

  • 120W × 2 ที่อิมพีแดนซ์ 8 โอห์ม
  • 200W × 2 ที่อิมพีแดนซ์ 4 โอห์ม

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่ระบุมาตรฐานการวัดกำลังขับว่าเป็น RMS หรือ Continuous จึงควรพิจารณาตัวเลขดังกล่าวร่วมกับกำลังรับของลำโพงและลักษณะการใช้งานจริง

หากต้องการต่อลำโพงหลายใบเข้ากับเครื่องขยายเสียงช่องเดียวกัน ต้องคำนวณอิมพีแดนซ์รวมก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันการต่อโหลดต่ำกว่าที่ภาคขยายเสียงรองรับ

7 ช่องสัญญาณ รองรับ 5 Mono และ 1 Stereo

PM-7 มีอินพุตแบบ Mono จำนวน 5 ช่อง และ Stereo จำนวน 1 ชุด ซึ่งรวมเป็น 7 ช่องสัญญาณเสียงเมื่อนับสัญญาณซ้ายและขวาของช่อง Stereo แยกกัน

โครงสร้างอินพุตนี้เหมาะสำหรับระบบที่ต้องใช้ไมโครโฟนหลายตัวร่วมกับเครื่องเล่นเพลง เช่น ไมโครโฟนพิธีกร ไมโครโฟนผู้บรรยาย และแหล่งเสียงเพลงประกอบกิจกรรม

ควรแยกความเข้าใจระหว่างจำนวนช่องสัญญาณเสียงกับจำนวนชุดอินพุต เพราะ PM-7 ไม่ได้มีอินพุตไมโครโฟนอิสระ 7 ชุด แต่มีอินพุต Mono จำนวน 5 ช่อง และอินพุต Stereo อีก 1 ชุด

Digital Effect 99 โปรแกรม สำหรับเสียงร้องและดนตรี

PM-7 มีระบบประมวลผลเอฟเฟกต์ดิจิทัลในตัวจำนวน 99 โปรแกรม เพื่อใช้ปรับแต่งเสียงร้องและสัญญาณเสียงตามความต้องการของงาน

ฟังก์ชันเอฟเฟกต์เหมาะสำหรับงานคาราโอเกะ งานร้องเพลง และกิจกรรมที่ต้องการเพิ่มมิติของเสียง โดยสามารถปรับระดับการใช้งานให้เหมาะกับเสียงต้นทาง

สำหรับงานประชุมและการบรรยาย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เอฟเฟกต์มากเกินไป เพราะอาจลดความชัดเจนของคำพูดและทำให้เกิดความก้องที่ไม่จำเป็น

ปรับแต่งเสียงด้วย 3-Band EQ และ Graphic EQ 5-Band

NTS PM-7 มีระบบปรับแต่งเสียงแบบ 3 แบนด์ สำหรับช่องอินพุต ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับสมดุลเสียงต่ำ เสียงกลาง และเสียงแหลมได้ตามลักษณะไมโครโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงที่เชื่อมต่อ

ข้อมูลทางเทคนิคระบุค่าการปรับ EQ ดังนี้

  • High: ±15dB ที่ 12kHz
  • Mid: ±15dB ที่ 2.5kHz
  • Low: ±15dB ที่ 80Hz

นอกจากนี้ยังมี Graphic EQ 5 แบนด์ สำหรับปรับลักษณะเสียงโดยรวมของระบบ ช่วยให้สามารถปรับเสียงให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานและลำโพงที่เชื่อมต่อ

การปรับ EQ ควรเริ่มจากค่ากลางและปรับเฉพาะย่านที่จำเป็น ไม่ควรเพิ่มระดับเสียงในหลายย่านมากเกินไป เพราะอาจทำให้สัญญาณเกิดความผิดเพี้ยนหรือเพิ่มโอกาสเกิดเสียงหอน

Bluetooth และ USB สำหรับการเล่นเพลง

PM-7 รองรับ Bluetooth สำหรับรับเสียงจากสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ส่งสัญญาณเสียงที่เข้ากันได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเปิดเพลงประกอบกิจกรรมโดยไม่ต้องต่อสายสัญญาณจากอุปกรณ์ต้นทาง

ตัวเครื่องยังมี USB สำหรับเล่นไฟล์ MP3 พร้อมจอแสดงผล และมีการระบุความสามารถในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่าน USB รวมถึงฟังก์ชัน Recording

อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบข้อมูลยืนยันจำนวนช่องเสียงที่ส่งผ่าน USB ไปยังคอมพิวเตอร์ ความละเอียดเสียง หรือรูปแบบไฟล์บันทึก จึงควรตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ก่อนนำไปใช้งานบันทึกเสียงที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะ

Phantom Power +48V สำหรับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์

PM-7 มีระบบ Phantom Power +48V สำหรับจ่ายไฟเลี้ยงให้ไมโครโฟนที่รองรับการทำงานด้วยไฟ Phantom Power

ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการใช้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์บางประเภท โดยควรตรวจสอบข้อกำหนดของไมโครโฟนและการเชื่อมต่อก่อนเปิดใช้งาน

ก่อนเปิดหรือปิด Phantom Power ควรลดระดับเสียงและปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้งานที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดเสียงกระแทกที่อาจส่งไปยังลำโพง

AUX Send, PFL และ Peak LED สำหรับควบคุมระบบเสียง

PM-7 มี AUX Send จำนวน 1 ชุด สำหรับส่งสัญญาณเสียงไปยังอุปกรณ์ภายนอกหรือระบบมอนิเตอร์ตามรูปแบบการเชื่อมต่อที่รองรับ

ฟังก์ชัน PFL ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบสัญญาณของแต่ละช่องก่อนการปรับระดับเสียงหลัก ขณะที่ Peak LED ช่วยแสดงสถานะเมื่อระดับสัญญาณอยู่ในช่วงสูง

ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้การตั้งระดับสัญญาณไมโครโฟนและเครื่องเล่นเสียงทำได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะระบบที่มีอินพุตหลายช่องและต้องควบคุมเสียงพร้อมกัน

ความแตกต่างระหว่าง PM-7 และ PM-5 (NTS)

PM-7 และ PM-5 เป็นเพาเวอร์มิกเซอร์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน โดยมีภาคขยายเสียงสเตอริโอในตัว พร้อม Bluetooth, USB และ Digital Effect 99 โปรแกรม

PM-7 มีอินพุต 5 Mono และ 1 Stereo รวมเป็น 7 ช่องเสียง เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการเชื่อมต่อไมโครโฟนจำนวนมากกว่า

PM-5 มีอินพุต 3 Mono และ 1 Stereo รวมเป็น 5 ช่องเสียง เหมาะสำหรับระบบที่ใช้ไมโครโฟนจำนวนน้อยกว่า

ทั้งสองรุ่นมีข้อมูลกำลังขับที่ระบุเท่ากัน คือ 120W × 2 ที่ 8 โอห์ม และ 200W × 2 ที่ 4 โอห์ม ดังนั้นความแตกต่างสำคัญที่ควรพิจารณาคือจำนวนช่องอินพุตที่ต้องใช้งาน ไม่ใช่กำลังขับเพียงอย่างเดียว

วิธีติดตั้งและใช้งาน PM-7 (NTS) เบื้องต้น

  1. วางเครื่องบนพื้นผิวที่มั่นคงและมีพื้นที่ระบายอากาศเหมาะสม
  2. ปิดเครื่องและลดระดับเสียงก่อนเชื่อมต่ออุปกรณ์
  3. เชื่อมต่อไมโครโฟนเข้ากับช่อง Mono Input ตามจำนวนที่ต้องการ
  4. เชื่อมต่อเครื่องเล่นเพลงเข้ากับ Stereo Input หรือเลือกใช้ Bluetooth และ USB
  5. ตรวจสอบอิมพีแดนซ์ของลำโพง Passive และเชื่อมต่อกับเอาต์พุตลำโพงให้ถูกต้อง
  6. ตรวจสอบสายไฟและการเชื่อมต่อทั้งหมดก่อนเปิดเครื่อง
  7. ปรับ Gain และระดับเสียงของแต่ละช่อง โดยตรวจสอบ Peak LED และ PFL
  8. ปรับ EQ และ Digital Effect ให้เหมาะกับเสียงพูดหรือเสียงร้อง
  9. เริ่มทดสอบเสียงที่ระดับต่ำและค่อย ๆ เพิ่มระดับเสียงตามความเหมาะสม
  10. ตรวจสอบว่าไม่มีเสียงแตก เสียงผิดเพี้ยน หรือเสียงหอนจากไมโครโฟน
  11. เมื่อใช้งานเสร็จ ให้ลดระดับเสียงและปิดเครื่องก่อนถอดสายเชื่อมต่อ

จุดแตกต่างของ PM-7 (NTS)

  • Powered Mixer 7 ช่องเสียง: รองรับ 5 Mono Input และ 1 Stereo Input
  • ภาคขยายเสียงในตัว: ใช้งานกับลำโพง Passive ที่มีอิมพีแดนซ์เหมาะสมได้โดยไม่ต้องใช้แอมป์แยก
  • Bluetooth และ USB: เพิ่มทางเลือกในการเล่นเพลงและเชื่อมต่ออุปกรณ์ดิจิทัล
  • Digital Effect 99 โปรแกรม: สำหรับปรับแต่งเสียงร้องและเสียงประกอบกิจกรรม
  • Graphic EQ 5-Band: ช่วยปรับสมดุลเสียงโดยรวมของระบบ
  • Phantom Power +48V: รองรับไมโครโฟนที่ต้องการไฟเลี้ยง
  • PFL และ Peak LED: ช่วยตรวจสอบและควบคุมระดับสัญญาณ

ข้อจำกัดและข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ

  • PM-7 มีอินพุต 5 Mono และ 1 Stereo ไม่ใช่อินพุตไมโครโฟนอิสระ 7 ช่อง
  • กำลังขับที่ระบุยังไม่มีข้อมูลยืนยันมาตรฐานการวัดว่าเป็น RMS หรือ Continuous
  • ต้องเลือกอิมพีแดนซ์และกำลังรับของลำโพง Passive ให้เหมาะกับภาคขยายเสียง
  • ไม่ควรต่อโหลดลำโพงต่ำกว่าค่าที่เครื่องขยายเสียงรองรับ
  • ยังไม่พบข้อมูลยืนยันจำนวนช่องเสียงและความละเอียดของ USB Recording
  • Bluetooth ใช้สำหรับรับสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์ที่เข้ากันได้ ไม่ใช่ระบบไมโครโฟนไร้สายในตัว
  • การใช้งาน Phantom Power ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของไมโครโฟน
  • สำหรับงานที่ต้องการอินพุตจำนวนมากหรือกำลังขับสูงกว่านี้ ควรพิจารณาระบบมิกเซอร์และเครื่องขยายเสียงที่เหมาะสมกับงาน

Specification PM-7 (NTS)

BrandNTS
ModelPM-7
Product TypePowered Mixer / Power Mixer
Mixer TypeAnalog Powered Mixer
Input Channels7 ช่องเสียง (5 Mono + 1 Stereo)
Mono Inputs5 ช่อง
Stereo Inputs1 ชุด
Power Output @ 8Ω120W × 2
Power Output @ 4Ω200W × 2
Channel EQ3-Band EQ
Graphic EQ5-Band Graphic EQ
High EQ±15dB @ 12kHz
Mid EQ±15dB @ 2.5kHz
Low EQ±15dB @ 80Hz
Digital Effects99 Programs
AUX Send1
PFLรองรับ
Peak LEDมีในช่องอินพุต
Phantom Power+48V
Bluetoothรองรับ
USB MP3 Playbackรองรับ พร้อมจอแสดงผล
USB PC Connectionรองรับตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
Recording Functionรองรับตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
Microphone Input Sensitivity-50dB
Line Input Sensitivity-40dB
Max Output Level4V Max
Frequency Response20Hz–20kHz
THD + N≤0.05%
Signal-to-Noise Ratio≥90dB

ทำไมถึงควรเลือก PM-7 (NTS)?

PM-7 (NTS) เป็นเพาเวอร์มิกเซอร์ 7 ช่องสัญญาณที่รวมเครื่องผสมเสียงและเครื่องขยายเสียงสเตอริโอไว้ในตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดระบบเสียง PA ด้วยลำโพง Passive โดยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องขยายเสียงแยกต่างหาก

ด้วยอินพุต 5 Mono และ 1 Stereo พร้อม Bluetooth, USB, Digital Effect 99 โปรแกรม, Graphic EQ 5 แบนด์ และ Phantom Power +48V ทำให้สามารถนำไปใช้กับงานประชุม โรงเรียน งานร้องเพลง งานจัดเลี้ยง และกิจกรรมทั่วไปได้หลากหลาย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเพาเวอร์มิกเซอร์ NTS ที่รองรับไมโครโฟนหลายตัวและมีแอมป์ในตัว PM-7 เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณาจากจำนวนอินพุตที่ต้องใช้ กำลังรับของลำโพง อิมพีแดนซ์ และขนาดพื้นที่ใช้งานจริง