C414 XLII (AKG) ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ Large-Diaphragm แบบ Multi-Pattern 9 รูปแบบ สำหรับงานบันทึกเสียงร้องและเครื่องดนตรีระดับมืออาชีพ

รหัสสินค้า : AKG-C414XL-II

ราคา

65,900.00 บาท

จำนวนที่จะซื้อ
ราคารวม 65,900.00 บาท

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

  • C414 XLII (AKG) ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์แบบ Large-Diaphragm ให้ลักษณะเสียงที่มีความชัดเจนและโดดเด่นในย่านความถี่สูง เหมาะสำหรับบันทึกเสียงร้องและเครื่องดนตรีในสตูดิโอ
  • มีรูปแบบการรับเสียงให้เลือก 9 รูปแบบ (Multi-Pattern) ได้แก่ Omnidirectional, Wide Cardioid, Cardioid, Hypercardioid, Figure-8 และรูปแบบกึ่งกลางอีก 4 ตำแหน่ง
  • ตอบสนองความถี่ 20Hz–20kHz มีค่าความไว 23 mV/Pa และระดับเสียงรบกวนภายในเพียง 6 dB(A)
  • มีสวิตช์ลดระดับสัญญาณ Pre-Attenuation Pad -6 / -12 / -18 dB รองรับระดับความดังสูงสุด 158 dB SPL เมื่อเปิด Pad -18 dB
  • มี Bass-Cut Filter 3 ระดับ ได้แก่ 40Hz, 80Hz และ 160Hz สำหรับลดเสียงรบกวนย่านต่ำ เสียงสั่นสะเทือน และผลกระทบจาก Proximity Effect
  • มีระบบ Peak Hold LED แจ้งเตือนสัญญาณเสียงเกิน พร้อมฟังก์ชันล็อกปุ่มควบคุม ป้องกันการเปลี่ยนค่าระหว่างใช้งาน
  • ใช้ขั้วต่อ Balanced XLR 3-Pin และไฟเลี้ยง 48V Phantom Power มีอิมพีแดนซ์ 200Ω และอัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน 88 dB(A)
  • ตัวไมโครโฟนน้ำหนัก 300 กรัม มาพร้อม Shock Mount H85, Pop Filter PF80, Windscreen W414 และกระเป๋าโลหะเหมาะสำหรับ งานบันทึกเสียงร้อง เครื่องดนตรี งานสตูดิโอ และงานแสดงสดระดับมืออาชีพ

C414 XLII (AKG) ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ Large-Diaphragm สำหรับบันทึกเสียงร้องและงานสตูดิโอ

C414 XLII (AKG) ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ระดับ Reference แบบ Large-Diaphragm ขนาด 1 นิ้ว สำหรับงานบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ โดดเด่นด้วยลักษณะเสียงที่เพิ่มความชัดเจนในย่าน Presence และการถ่ายทอดมิติของเสียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไมโครโฟน AKG C12 รุ่นคลาสสิก รองรับการเลือกทิศทางรับเสียงได้ 9 รูปแบบ พร้อม PAD 3 ระดับ และ Bass-Cut Filter 3 ระดับ มีช่วงตอบสนองความถี่ 20Hz–20kHz และ Self-Noise ต่ำเพียง 6dB(A) เหมาะสำหรับบันทึกเสียงร้อง เครื่องดนตรีเดี่ยว เครื่องดนตรีอะคูสติก และงานสตูดิโอที่ต้องการรายละเอียดเสียงสูง

จุดเด่นของ C414 XLII (AKG)

  • ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ Large-Diaphragm ขนาด 1 นิ้ว สำหรับงานบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ
  • ลักษณะเสียงมี Presence Boost เล็กน้อย พร้อมการถ่ายทอดมิติของเสียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก AKG C12
  • เลือก Polar Pattern ได้ 9 รูปแบบ รองรับการบันทึกเสียงหลากหลายประเภท
  • ตอบสนองความถี่ 20Hz–20kHz และมี Self-Noise ต่ำเพียง 6dB(A)
  • PAD เลือกได้ −6, −12 และ −18dB รองรับระดับเสียงสูงสุด 158dB SPL เมื่อใช้ PAD −18dB
  • Bass-Cut Filter เลือกได้ 40Hz, 80Hz และ 160Hz
  • มีไฟ Overload Warning LED พร้อม Peak Hold และระบบล็อกการตั้งค่า
  • เชื่อมต่อผ่าน Balanced XLR 3-Pin ใช้ Phantom Power 48V พร้อมอุปกรณ์เสริมสำหรับงานสตูดิโอ

C414 XLII (AKG) เหมาะกับงานอะไร?

  • Vocal Recording: บันทึกเสียงร้องที่ต้องการความชัดเจนและรายละเอียดของเสียง
  • Lead Vocals: เหมาะสำหรับเสียงร้องหลักในงานเพลงและงานผลิตเสียง
  • Solo Instruments: บันทึกเสียงเครื่องดนตรีเดี่ยวที่ต้องการถ่ายทอดรายละเอียดและมิติของเสียง
  • Acoustic Guitar: สำหรับการบันทึกเสียงกีตาร์อะคูสติก
  • Piano Recording: สำหรับบันทึกเสียงเปียโนด้วยรูปแบบการรับเสียงที่เหมาะสม
  • Strings & Orchestra: สำหรับเครื่องสายและงานบันทึกเสียงวงดนตรี
  • Horns & Woodwinds: สำหรับเครื่องเป่าทองเหลืองและเครื่องเป่าลมไม้
  • Professional Studio: สำหรับสตูดิโอผลิตเพลงและงานบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ

รายละเอียด C414 XLII (AKG) ไมโครโฟนบันทึกเสียงระดับ Reference

AKG C414 XLII เป็นไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ระดับมืออาชีพในตระกูล C414 ซึ่งเป็นตระกูลไมโครโฟนที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องสำหรับงานบันทึกเสียงในสตูดิโอและงานเสียงที่ต้องการคุณภาพสูง

จุดเด่นสำคัญของ C414 XLII คือการออกแบบแคปซูลให้มีลักษณะเสียงแตกต่างจาก C414 XLS โดย AKG ระบุว่า C414 XLII มีการเพิ่มความเด่นของย่าน Presence เล็กน้อย และมีลักษณะการถ่ายทอดมิติของเสียงที่คล้ายกับไมโครโฟน AKG C12 ซึ่งเป็นไมโครโฟนรุ่นคลาสสิกที่เปิดตัวในปี 1953

ลักษณะเสียงดังกล่าวเหมาะสำหรับการบันทึกเสียงร้องหลักและเครื่องดนตรีเดี่ยวที่ต้องการความชัดเจนและรายละเอียด โดยเฉพาะงานที่ต้องการให้เสียงร้องมีความโดดเด่นในมิกซ์ ทั้งนี้ผลลัพธ์จริงยังขึ้นอยู่กับเสียงต้นทาง เทคนิคการร้อง ตำแหน่งไมโครโฟน และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน

C414 XLII ใช้แคปซูลแบบ Large-Diaphragm ขนาด 1 นิ้ว พร้อมระบบเลือก Polar Pattern ได้ถึง 9 รูปแบบ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับทิศทางการรับเสียงให้เหมาะกับเสียงร้อง เครื่องดนตรี และสภาพอะคูสติกของห้องได้อย่างยืดหยุ่น

ตัวอย่างเช่น การบันทึกเสียงร้องในสตูดิโอสามารถเลือกใช้รูปแบบ Cardioid เพื่อเน้นเสียงจากด้านหน้าและลดเสียงจากด้านหลัง ขณะที่การบันทึกเสียงเครื่องดนตรีหรือเสียงบรรยากาศอาจเลือกใช้รูปแบบ Omnidirectional หรือ Figure-of-Eight ตามเทคนิคการบันทึกเสียงที่ต้องการ

ไมโครโฟนมีช่วงตอบสนองความถี่ 20Hz–20kHz ค่าความไว 23mV/Pa และระดับเสียงรบกวนภายในเพียง 6dB(A) ซึ่งช่วยให้เหมาะกับการบันทึกเสียงที่ต้องการรายละเอียดของเสียงเบา เช่น เสียงร้องที่มีไดนามิกกว้าง เครื่องสาย หรือเครื่องดนตรีอะคูสติก

สำหรับการบันทึกเสียงจากแหล่งกำเนิดที่มีความดังสูง C414 XLII มีระบบ PAD ที่เลือกได้ 3 ระดับ ได้แก่ −6dB, −12dB และ −18dB สามารถรองรับระดับเสียงสูงสุดถึง 158dB SPL เมื่อใช้ PAD −18dB ภายใต้เงื่อนไขการวัดที่ผู้ผลิตระบุ

นอกจากนี้ยังมี Bass-Cut Filter 3 ระดับ ได้แก่ 40Hz, 80Hz และ 160Hz สำหรับลดเสียงความถี่ต่ำที่ไม่ต้องการ เช่น เสียงสั่นสะเทือน เสียงรบกวนความถี่ต่ำ และผลจาก Proximity Effect ในบางรูปแบบการรับเสียง

ด้านการควบคุม C414 XLII มีระบบ Overload Warning LED พร้อม Peak Hold ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบสัญญาณที่มีระดับสูงเกินได้ แม้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ และยังสามารถล็อกการตั้งค่าบนตัวไมโครโฟนเพื่อป้องกันการเปลี่ยนค่าระหว่างการใช้งาน

การเชื่อมต่อใช้ Balanced XLR 3-Pin และต้องใช้ Phantom Power 48V จาก Audio Interface, Mixer หรือ Microphone Preamplifier ที่รองรับ โดยตัวไมโครโฟนมีน้ำหนัก 300 กรัม และมาพร้อม Shock Mount, Pop Filter, Windscreen และกล่องโลหะสำหรับจัดเก็บ

ด้วยลักษณะเสียงที่มีความชัดเจนของย่าน Presence พร้อมระบบควบคุมที่ยืดหยุ่น AKG C414 XLII จึงเหมาะสำหรับสตูดิโอที่ต้องการไมโครโฟนคุณภาพสูงสำหรับเสียงร้องและเครื่องดนตรีหลายประเภท

ลักษณะเสียง Presence Boost ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก AKG C12

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง C414 XLII และ C414 XLS อยู่ที่การออกแบบแคปซูลและลักษณะการตอบสนองเสียง

AKG ระบุว่า C414 XLII มีการเพิ่มความเด่นของย่าน Presence เล็กน้อย พร้อมการถ่ายทอดมิติของเสียงที่คล้ายกับไมโครโฟน AKG C12 รุ่นคลาสสิก

ลักษณะการตอบสนองนี้เหมาะสำหรับการบันทึกเสียงร้องหลักและเครื่องดนตรีเดี่ยวที่ต้องการความชัดเจนของรายละเอียดเสียง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการเพิ่มย่านความถี่สูงจาก EQ มากเกินไปในบางสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม C414 XLII ไม่ใช่ไมโครโฟน AKG C12 และไม่ได้มีวงจรหรือโครงสร้างเหมือนกันทั้งหมด แต่เป็นการออกแบบให้มีลักษณะเสียงบางส่วนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นดังกล่าว

เลือก Polar Pattern ได้ 9 รูปแบบ

AKG C414 XLII รองรับการเลือกทิศทางรับเสียงได้ถึง 9 รูปแบบ ช่วยให้สามารถปรับการรับเสียงตามลักษณะของแหล่งกำเนิดเสียงและสภาพแวดล้อม

รูปแบบหลักประกอบด้วย

  • Omnidirectional: รับเสียงจากทุกทิศทาง เหมาะกับการเก็บเสียงบรรยากาศและเสียงเครื่องดนตรีในห้องที่มีอะคูสติกเหมาะสม
  • Wide Cardioid: รับเสียงด้านหน้าในมุมกว้าง เหมาะกับแหล่งเสียงที่ต้องการพื้นที่รับเสียงมากขึ้น
  • Cardioid: เน้นเสียงจากด้านหน้าและลดเสียงจากด้านหลัง เหมาะกับเสียงร้องและเครื่องดนตรีทั่วไป
  • Hypercardioid: มีมุมการรับเสียงด้านหน้าแคบลง และมีการรับเสียงจากด้านหลังบางส่วน
  • Figure-of-Eight: รับเสียงจากด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมลดเสียงจากด้านข้าง เหมาะกับเทคนิคบันทึกเสียงเฉพาะทาง

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบกึ่งกลางเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 9 รูปแบบ ช่วยให้ปรับการรับเสียงได้ละเอียดกว่าการเลือกเฉพาะรูปแบบหลัก

Self-Noise ต่ำเพียง 6dB(A)

C414 XLII มีค่า Equivalent Noise Level เท่ากับ 6dB(A) ซึ่งเป็นระดับเสียงรบกวนภายในไมโครโฟนที่ต่ำ เหมาะกับการบันทึกเสียงที่ต้องการเก็บรายละเอียดของเสียงเบา

คุณสมบัตินี้มีประโยชน์ในการบันทึกเสียงร้อง เครื่องสาย และเครื่องดนตรีอะคูสติก โดยคุณภาพเสียงที่ได้ยังขึ้นอยู่กับเสียงรบกวนภายในห้อง คุณภาพของปรีแอมป์ และการตั้ง Gain ร่วมด้วย

PAD 3 ระดับ รองรับสูงสุด 158dB SPL

AKG C414 XLII มีระบบ Preattenuation PAD สำหรับลดระดับสัญญาณภายในไมโครโฟน สามารถเลือกได้ 3 ระดับ ได้แก่ −6dB, −12dB และ −18dB

ตามคู่มือผู้ผลิต ค่า Maximum SPL ที่ความผิดเพี้ยน 0.5% THD มีดังนี้

  • 140dB SPL เมื่อไม่เปิด PAD
  • 146dB SPL เมื่อใช้ PAD −6dB
  • 152dB SPL เมื่อใช้ PAD −12dB
  • 158dB SPL เมื่อใช้ PAD −18dB

ระบบ PAD เหมาะสำหรับการบันทึกเสียงจากเครื่องดนตรีที่มีระดับเสียงสูง เช่น เครื่องเป่า เครื่องกระทบ และแหล่งเสียงที่ต้องวางไมโครโฟนในระยะใกล้

ควรตั้ง Gain ของอุปกรณ์รับสัญญาณให้เหมาะสมร่วมด้วย เพราะ PAD ของไมโครโฟนไม่ได้ป้องกันการเกิดสัญญาณเกินในอุปกรณ์ปลายทางทุกกรณี

Bass-Cut Filter 40Hz, 80Hz และ 160Hz

C414 XLII มีระบบ Bass-Cut Filter สำหรับลดเสียงความถี่ต่ำที่ไม่ต้องการ โดยสามารถเลือกได้ 3 ระดับ

  • 40Hz: ความชัน 12dB/Octave
  • 80Hz: ความชัน 12dB/Octave
  • 160Hz: ความชัน 6dB/Octave

ระบบนี้ช่วยลดเสียงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำ รวมถึงช่วยควบคุมผลจาก Proximity Effect เมื่อใช้ไมโครโฟนในระยะใกล้กับแหล่งกำเนิดเสียงบางประเภท

ควรเลือกระดับฟิลเตอร์ให้เหมาะกับงาน เพื่อไม่ให้ลดรายละเอียดเสียงต่ำที่จำเป็นต่อการบันทึกเสียงมากเกินไป

Overload Warning LED พร้อม Peak Hold

AKG C414 XLII มีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนสัญญาณ Overload พร้อมระบบ Peak Hold ที่ช่วยแสดงเหตุการณ์สัญญาณเกิน แม้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ

ฟังก์ชันนี้ช่วยให้วิศวกรเสียงตรวจสอบการทำงานของไมโครโฟนและพิจารณาปรับระดับ PAD ตำแหน่งไมโครโฟน หรือ Gain ของอุปกรณ์รับสัญญาณได้อย่างเหมาะสม

ฟังก์ชันล็อกการตั้งค่าสำหรับงานสตูดิโอและงานติดตั้ง

C414 XLII รองรับการล็อกชุดควบคุมบนตัวไมโครโฟน เพื่อป้องกันการเปลี่ยนค่า Polar Pattern, PAD และ Bass-Cut Filter โดยไม่ตั้งใจ

เหมาะสำหรับงานบันทึกเสียงที่ต้องการรักษาค่าการตั้งเดิม งานแสดงสด และงานติดตั้งถาวรที่ไม่ต้องการให้ค่าการทำงานเปลี่ยนระหว่างใช้งาน

Balanced XLR พร้อม Phantom Power 48V

AKG C414 XLII ใช้ขั้วต่อ Balanced XLR แบบ 3-Pin สำหรับส่งสัญญาณไปยัง Audio Interface, Mixer หรือ Microphone Preamplifier

ไมโครโฟนต้องใช้ Phantom Power 48V ตามมาตรฐาน IEC 61938 โดยมีอัตราการใช้กระแสประมาณ 4.5mA

ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์รับสัญญาณรองรับ Phantom Power ตามข้อกำหนด และใช้สาย XLR ที่มีสภาพสมบูรณ์เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างเหมาะสม

เปรียบเทียบ C414 XLII และ C414 XLS

ลักษณะเสียงC414 XLII เน้น Presence และมิติของเสียงตามแนวทาง AKG C12 ส่วน C414 XLS เน้นการตอบสนองเสียงเป็นกลาง
การออกแบบแคปซูลใช้การออกแบบแคปซูลที่ให้ลักษณะการตอบสนองเสียงแตกต่างกัน
การใช้งานเด่นC414 XLII เหมาะกับเสียงร้องหลักและเครื่องดนตรีเดี่ยว ส่วน C414 XLS เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นกลางของเสียง
Polar Patternทั้งสองรุ่นเลือกได้ 9 รูปแบบ
PADทั้งสองรุ่นรองรับ −6, −12 และ −18dB
Bass-Cut Filterทั้งสองรุ่นรองรับ 40Hz, 80Hz และ 160Hz
Self-Noiseทั้งสองรุ่น 6dB(A)
Frequency Responseทั้งสองรุ่นระบุช่วง 20Hz–20kHz

การเลือกระหว่าง C414 XLII และ C414 XLS ควรพิจารณาจากลักษณะเสียงที่ต้องการและประเภทงานเป็นหลัก โดย C414 XLII เหมาะกับผู้ที่ต้องการลักษณะเสียงที่มี Presence เด่นขึ้น ขณะที่ C414 XLS เหมาะกับผู้ที่ต้องการการตอบสนองเสียงที่เป็นกลาง

วิธีใช้งาน C414 XLII (AKG) เบื้องต้น

  1. ติดตั้งไมโครโฟนกับ H85 Shock Mount และขาตั้งไมโครโฟนที่แข็งแรง
  2. เลือกตำแหน่งและมุมไมโครโฟนให้เหมาะกับเสียงร้องหรือเครื่องดนตรี
  3. ติดตั้ง PF80 Pop Filter เมื่อต้องการลดเสียงลมปะทะจากการออกเสียง
  4. เชื่อมต่อสาย Balanced XLR เข้ากับ Audio Interface หรือ Mixer
  5. ลด Gain และระดับมอนิเตอร์ก่อนเปิด Phantom Power 48V
  6. เลือก Polar Pattern ให้เหมาะกับการรับเสียง
  7. เลือก PAD หากต้องบันทึกเสียงจากแหล่งกำเนิดที่มีระดับความดังสูง
  8. เลือก Bass-Cut Filter เมื่อต้องการลดเสียงความถี่ต่ำที่ไม่จำเป็น
  9. ทดลองบันทึกเสียงและตรวจสอบระดับสัญญาณ รวมถึงไฟ Overload
  10. ปรับระยะและมุมไมโครโฟนเพื่อให้ได้ลักษณะเสียงตามต้องการ
  11. เมื่อตั้งค่าเรียบร้อย สามารถล็อกชุดควบคุมเพื่อป้องกันการเปลี่ยนค่าโดยไม่ตั้งใจ
  12. หลังใช้งาน ลดระดับเสียง ปิด Phantom Power และจัดเก็บไมโครโฟนในกล่อง

จุดแตกต่างของ C414 XLII (AKG)

  • C12-Inspired Sonic Character: ลักษณะเสียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก AKG C12
  • Presence Boost: เพิ่มความเด่นของย่านเสียงที่ช่วยให้เสียงร้องและเครื่องดนตรีมีความชัดเจน
  • 9 Polar Patterns: เลือกทิศทางรับเสียงได้หลากหลาย
  • Low Self-Noise: เสียงรบกวนภายในเพียง 6dB(A)
  • High SPL Capability: รองรับสูงสุด 158dB SPL เมื่อใช้ PAD −18dB
  • 3-Level PAD: เลือก −6, −12 และ −18dB
  • 3-Level Bass Cut: เลือก 40Hz, 80Hz และ 160Hz
  • Peak Hold & Control Lock: ระบบตรวจสอบ Overload และล็อกการตั้งค่า

ข้อจำกัดและข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ

  • เป็นไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ที่ต้องใช้ Phantom Power 48V จากอุปกรณ์ที่รองรับ
  • ต้องเชื่อมต่อกับ Audio Interface, Mixer หรือ Microphone Preamplifier ที่มีอินพุตไมโครโฟนเหมาะสม
  • มีความไวในการรับเสียงสูง จึงควรใช้งานในพื้นที่ที่ควบคุมเสียงรบกวนได้เหมาะสม
  • การใช้รูปแบบ Omnidirectional สามารถรับเสียงบรรยากาศจากรอบทิศทางได้มาก
  • การเลือก PAD และ Bass-Cut Filter ควรพิจารณาจากระดับเสียงและลักษณะของแหล่งกำเนิดเสียง
  • ควรใช้ Shock Mount และขาตั้งที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบจากการสั่นสะเทือน
  • ควรดูแลไมโครโฟนให้พ้นจากความชื้น การกระแทก และสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
  • รุ่น C414 XLII มีลักษณะเสียงแตกต่างจาก C414 XLS จึงควรเลือกตามความต้องการด้านเสียง ไม่ใช่พิจารณาจากสเปกตัวเลขเพียงอย่างเดียว

Specification C414 XLII (AKG)

BrandAKG
ModelC414 XLII
Item Number3059X00060
Product TypeReference Multipattern Condenser Microphone
Transducer1-inch Large-Diaphragm Pressure Gradient
Polar Patterns9 รูปแบบ เลือกได้
Main Polar PatternsOmnidirectional, Wide Cardioid, Cardioid, Hypercardioid, Figure-of-Eight
Frequency Response20Hz–20kHz
Sensitivity23mV/Pa (−33dBV ±0.5dB)
Equivalent Noise Level6dB(A)
Signal-to-Noise Ratio88dB(A)
Maximum SPL140 / 146 / 152 / 158dB SPL ที่ 0 / −6 / −12 / −18dB PAD (0.5% THD)
Dynamic Rangeอย่างน้อย 134dB (A-weighted)
PAD−6dB, −12dB, −18dB
Bass-Cut Filter40Hz, 80Hz, 160Hz
Filter Slope12dB/Octave ที่ 40Hz และ 80Hz; 6dB/Octave ที่ 160Hz
Electrical Impedanceไม่เกิน 200Ω
Recommended Load Impedanceไม่น้อยกว่า 2,200Ω
Maximum Output Level5V RMS (+14dBV)
Audio OutputBalanced XLR 3-Pin Male
Phantom Power48V ตามมาตรฐาน IEC 61938
Operating Voltage44–52V
Current Consumptionประมาณ 4.5mA
Overload IndicatorLED พร้อม Peak Hold
Control Lockรองรับ
Dimensions50 × 38 × 160 มม.
Net Weight300 กรัม
FinishDark Gray / Gold
ApplicationsVocals, Solo Instruments, Piano, Strings, Horns, Woodwinds, Professional Studio

อุปกรณ์ภายในชุด C414 XLII (AKG)

  • ไมโครโฟน AKG C414 XLII จำนวน 1 ตัว
  • H85 Universal Shock Mount จำนวน 1 ชุด
  • PF80 Pop Filter จำนวน 1 ชุด
  • W414 Windscreen จำนวน 1 ชุด
  • Metal Carrying Case จำนวน 1 ใบ

ทำไมถึงควรเลือก C414 XLII (AKG)?

C414 XLII (AKG) เป็นไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ระดับ Reference สำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในการบันทึกเสียงร้องและเครื่องดนตรี โดยมีลักษณะเสียงที่เพิ่มความชัดเจนของย่าน Presence และการถ่ายทอดมิติของเสียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก AKG C12 รุ่นคลาสสิก

ด้วยการเลือก Polar Pattern ได้ 9 รูปแบบ ช่วงตอบสนองความถี่ 20Hz–20kHz Self-Noise เพียง 6dB(A) พร้อม PAD 3 ระดับ และ Bass-Cut Filter 3 ระดับ ทำให้สามารถปรับการทำงานให้เหมาะกับแหล่งกำเนิดเสียงและเทคนิคการบันทึกเสียงได้หลากหลาย

นอกจากนี้ยังมี Overload Warning LED พร้อม Peak Hold ระบบล็อกการตั้งค่า และอุปกรณ์เสริมสำหรับการติดตั้งและจัดเก็บ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานทั้งในสตูดิโอและงานเสียงระดับมืออาชีพ

สำหรับนักร้อง โปรดิวเซอร์ วิศวกรเสียง และสตูดิโอที่กำลังมองหาไมโครโฟน Large-Diaphragm ที่ให้รายละเอียดเสียงร้องโดดเด่น พร้อมความยืดหยุ่นในการรับเสียง AKG C414 XLII เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับระบบบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ