8,500.00 บาท
CA-2200 (NTS) เพาเวอร์แอมป์ ขนาดกำลังขับ 2x1100 วัตต์ ที่ 8 โอห์ม
NTS CA-2200 เพาเวอร์แอมป์ Class H กำลังขับ 2x1100W
NTS CA-2200 เป็นเพาเวอร์แอมป์แบบ 2 แชนแนล Class H สำหรับระบบเสียงที่ต้องการกำลังขับสูง โดยให้กำลังขับ 1,100W x 2 ที่ 8 Ohm, 1,800W x 2 ที่ 4 Ohm และ 2,200W x 2 ที่ 2 Ohm พร้อมรองรับการทำงานแบบ Bridge ที่กำลังขับ 3,300W ที่ 8 Ohm และ 4,400W ที่ 4 Ohm จึงสามารถนำไปใช้งานกับระบบเสียงที่ต้องการกำลังขับสูงและมีความยืดหยุ่นในการจัดระบบ
ตัวเครื่องมีช่วงตอบสนองความถี่ 20Hz–20kHz พร้อมค่า THD+N ต่ำกว่า 0.03% และ Signal-to-Noise Ratio มากกว่า 95dB นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชัน Sensitivity, Limiter, HPF, LPF, Ground Lift และ Mode เพื่อช่วยให้สามารถ ปรับการทำงานให้เหมาะกับรูปแบบของระบบเสียงที่ใช้งาน
สินค้าเพื่อใช้งานอะไร?
NTS CA-2200 เหมาะสำหรับใช้เป็น เพาเวอร์แอมป์สำหรับระบบเสียงมืออาชีพ โดยเฉพาะงานที่ต้องการกำลังขับสูง เช่น ระบบเสียงกลางแจ้ง งานแสดงสด งานอีเวนต์ ระบบเสียงเวที และงานติดตั้งระบบเสียงที่ต้องขับลำโพงหลายรูปแบบ
- ระบบเสียง PA และระบบเสียงกลางแจ้ง
- งานแสดงสดและงานดนตรี
- ระบบเสียงสำหรับเวที
- งานอีเวนต์และกิจกรรมขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
- ระบบเสียงติดตั้งในอาคารและสถานที่จัดกิจกรรม
- ระบบที่ต้องการเพาเวอร์แอมป์ 2 แชนแนลกำลังขับสูง
- ระบบที่ต้องการใช้งานกับลำโพงที่มี Impedance 2, 4 หรือ 8 Ohm ตามข้อกำหนดของเครื่อง
จุดเด่นของ NTS CA-2200
- Class H Power Amplifier: ออกแบบสำหรับระบบเสียงที่ต้องการกำลังขับสูง
- กำลังขับ 1,100W x 2 ที่ 8 Ohm: เหมาะสำหรับการขับลำโพงกำลังสูงในระบบ Stereo
- กำลังขับ 1,800W x 2 ที่ 4 Ohm: รองรับการใช้งานกับระบบลำโพงที่มีโหลด 4 Ohm
- กำลังขับ 2,200W x 2 ที่ 2 Ohm: รองรับระบบที่ต้องการกำลังขับสูงที่โหลด 2 Ohm
- Bridge 3,300W ที่ 8 Ohm: สามารถรวมการทำงานของ 2 แชนแนลเพื่อเพิ่มกำลังขับ
- Bridge 4,400W ที่ 4 Ohm: รองรับการใช้งาน Bridge สำหรับระบบที่ต้องการกำลังขับสูง
- ฟังก์ชัน HPF และ LPF: ช่วยจัดการย่านความถี่ให้เหมาะกับการออกแบบระบบเสียง
- ระบบป้องกันหลายรูปแบบ: มี Overheat, Short Circuit, DC, Limit, Soft Start และระบบป้องกันเอาต์พุต
เทคโนโลยีและฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
Class H Amplifier เป็นรูปแบบวงจรขยายเสียงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ การทำงานที่ต้องการกำลังขับสูง โดย NTS CA-2200 ใช้สถาปัตยกรรม Class H สำหรับการใช้งานระบบเสียงระดับมืออาชีพ
CA-2200 เป็นเพาเวอร์แอมป์แบบ 2 Channel สามารถใช้งานแบบ Stereo และรองรับการทำงานแบบ Bridge เพื่อเพิ่มกำลังขับสำหรับระบบที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมี Parallel Mode เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดระบบ
ตัวเครื่องมีฟังก์ชัน HPF และ LPF สำหรับช่วยจัดการย่านความถี่ รวมถึง Limiter สำหรับควบคุมระดับสัญญาณ และ Ground Lift สำหรับช่วยจัดการ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Ground Loop ในระบบเสียงบางรูปแบบ
ระบบป้องกันของ NTS CA-2200
NTS CA-2200 มีระบบป้องกันหลายรูปแบบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย ของเครื่องและระบบลำโพงระหว่างการใช้งาน โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุฟังก์ชัน ป้องกันที่สำคัญดังนี้
- Overheat Protection: ป้องกันเมื่ออุณหภูมิภายในเครื่องสูงเกินกำหนด
- Short Circuit Protection: ช่วยป้องกันกรณีเกิดการลัดวงจร
- DC Protection: ช่วยป้องกันแรงดัน DC ที่อาจส่งออกไปยังลำโพง
- Limit: ช่วยควบคุมระดับสัญญาณไม่ให้ระบบทำงานเกินขอบเขตที่กำหนด
- Soft Start: ช่วยควบคุมการเริ่มทำงานของเครื่อง
- Output Relay: ใช้ควบคุมการเชื่อมต่อเอาต์พุตกับลำโพง
- Zero Current Switch: ระบบที่ระบุไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์สำหรับการควบคุมการทำงานของเอาต์พุต
- Intellectual Clip Limiter: ช่วยควบคุมสัญญาณเมื่อเกิดการ Clip
วิธีใช้งานเบื้องต้น
- ติดตั้ง NTS CA-2200 ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศเพียงพอ
- เชื่อมต่อสัญญาณ Input จาก Mixer, Processor หรืออุปกรณ์ต้นทาง
- ตรวจสอบค่า Impedance ของลำโพงก่อนเชื่อมต่อกับ Output
- เลือกโหมด Stereo, Parallel หรือ Bridge ให้ตรงกับรูปแบบการใช้งาน
- ตั้งค่า Sensitivity ให้เหมาะสมกับระดับสัญญาณจากอุปกรณ์ต้นทาง
- เลือกใช้งาน HPF หรือ LPF ตามรูปแบบของระบบเสียง
- ตรวจสอบการต่อสายลำโพงให้ถูกต้องก่อนเปิดเครื่อง
- ปรับระดับสัญญาณให้เหมาะสมกับกำลังรับของลำโพง
- หากใช้ Bridge Mode ต้องตรวจสอบค่าโหลดและรูปแบบการต่อสายให้ตรงตามข้อกำหนดของเครื่อง
จุดแตกต่างของ NTS CA-2200
จุดเด่นของ NTS CA-2200 คือการเป็นเพาเวอร์แอมป์ Class H 2 แชนแนลกำลังขับสูง และรองรับโหลดตั้งแต่ 2 Ohm ถึง 8 Ohm ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบลำโพง ที่มีความต้องการกำลังแตกต่างกันได้
นอกจากกำลังขับสูงแล้ว CA-2200 ยังมีฟังก์ชัน HPF, LPF, Limiter, Ground Lift และ Mode ช่วยให้ผู้ติดตั้งสามารถปรับการทำงานของเพาเวอร์แอมป์ ให้สอดคล้องกับโครงสร้างของระบบเสียงได้มากขึ้น
เหมาะกับการใช้งานอย่างไร?
NTS CA-2200 เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการเพาเวอร์แอมป์ 2 แชนแนลที่มีกำลังขับสูงสำหรับระบบเสียงมืออาชีพ เช่น งานแสดงสด ระบบเสียงกลางแจ้ง งานอีเวนต์ ระบบเสียงเวที และงานติดตั้งระบบเสียง
ด้วยกำลังขับ 1,100W x 2 ที่ 8 Ohm, 1,800W x 2 ที่ 4 Ohm และ 2,200W x 2 ที่ 2 Ohm รวมถึงการรองรับ Bridge 3,300W ที่ 8 Ohm และ 4,400W ที่ 4 Ohm จึงสามารถนำไปออกแบบระบบเสียงที่ต้องการกำลังสูงได้ โดยต้องเลือก Impedance และการต่อใช้งานให้เหมาะสมกับลำโพง
ข้อจำกัดของสินค้า
- เป็นเพาเวอร์แอมป์กำลังสูง จึงควรติดตั้งในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศเหมาะสม
- ตัวเครื่องมีขนาด 3U จึงควรเผื่อพื้นที่สำหรับติดตั้งใน Rack
- การใช้งานกับโหลด 2 Ohm ต้องตรวจสอบความสามารถในการรองรับของลำโพงและระบบให้ถูกต้อง
- การใช้งาน Bridge Mode ต้องตรวจสอบค่า Impedance และรูปแบบการต่อสายก่อนใช้งาน
- ควรจับคู่กำลังขับของแอมป์กับกำลังรับของลำโพงอย่างเหมาะสม
- ข้อมูลด้านมาตรฐานกันน้ำหรือการป้องกันสภาพอากาศสำหรับการติดตั้งกลางแจ้งแบบถาวรไม่พบข้อมูลยืนยันที่เพียงพอ จึงควรติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
Specification NTS CA-2200
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รุ่น | NTS CA-2200 |
| ประเภท | 2 Channel Power Amplifier |
| Class | Class H |
| Rated Power Stereo 8 Ohm | 1,100W x 2 |
| Rated Power Stereo 4 Ohm | 1,800W x 2 |
| Rated Power Stereo 2 Ohm | 2,200W x 2 |
| Rated Power Bridge Mono 8 Ohm | 3,300W |
| Rated Power Bridge Mono 4 Ohm | 4,400W |
| Frequency Response | 20Hz–20kHz, +0/-0.3dB |
| THD+N | <0.03% |
| Signal to Noise Ratio | >95dB |
| Slew Rate | 44V/µs |
| Damping Factor | 300 |
| Crosstalk | >70dB |
| Input Impedance | 20kΩ Balanced / 10kΩ Unbalanced |
| Input Sensitivity | 0.775V / 1.0V / 1.4V |
| ฟังก์ชัน | Sensitivity / Limiter / HPF / LPF / Ground Lift / Mode |
| ระบบป้องกัน | Overheat, Short Circuit, DC, Limit, Soft Start, Output Relay, Zero Current Switch และ Intelligent Clip Limiter |
| ขนาดเครื่อง | 3U |
ทำไมถึงควรเลือก NTS CA-2200?
NTS CA-2200 เป็นเพาเวอร์แอมป์ Class H สำหรับผู้ที่ต้องการ กำลังขับสูงในระบบเสียง 2 แชนแนล โดยรองรับการใช้งาน ที่ 8 Ohm, 4 Ohm และ 2 Ohm พร้อม Bridge Mode สำหรับระบบที่ต้องการ เพิ่มกำลังขับต่อช่อง
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน HPF, LPF, Limiter, Ground Lift และระบบป้องกัน หลายรูปแบบ ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ในระบบเสียงมืออาชีพ ทั้งงานแสดงสด ระบบเสียงกลางแจ้ง งานอีเวนต์ และงานติดตั้ง โดยควรออกแบบการใช้งานให้สัมพันธ์กับ Impedance และกำลังรับของลำโพงที่นำมาใช้งาน












































