CA-3000 (NTS) เพาเวอร์แอมป์ กำลังขับ 2x 1500 วัตต์ ที่ 8 โอห์ม
NTS CA-3000 เพาเวอร์แอมป์ Class H กำลังขับ 2x1500W
NTS CA-3000 เป็นเพาเวอร์แอมป์แบบ 2 แชนแนล Class H ออกแบบมาสำหรับระบบเสียงที่ต้องการกำลังขับสูง โดยรองรับกำลังขับ 1,500W + 1,500W ที่ 8 Ohm, 2,250W + 2,250W ที่ 4 Ohm และ 3,000W + 3,000W ที่ 2 Ohm จึงเหมาะสำหรับระบบเสียง ที่ต้องการกำลังขับสูงและสามารถรองรับการต่อโหลดหลายระดับตามการออกแบบระบบ
ตัวเครื่องใช้ หม้อแปลงแบบ Toroidal และมี Damping Factor 300 พร้อมสวิตช์เลือก Sensitivity และโหมดการทำงานแบบ Bridge / Stereo / Parallel ทำให้สามารถนำไปปรับใช้กับ ระบบเสียงหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานระบบเสียงกลางแจ้ง งานติดตั้ง และระบบเสียง ที่ต้องการเพาเวอร์แอมป์กำลังสูง
สินค้าเพื่อใช้งานอะไร?
NTS CA-3000 เหมาะสำหรับใช้เป็น เพาเวอร์แอมป์กำลังสูงสำหรับระบบเสียงมืออาชีพ โดยเฉพาะระบบที่ต้องขับลำโพงที่ต้องการกำลังสูง และระบบที่ต้องการความยืดหยุ่น ในการเลือกโหมดการทำงานและค่าโหลดของลำโพง
- ระบบเสียง PA และระบบเสียงกลางแจ้ง
- งานแสดงสดและงานดนตรี
- ระบบเสียงสำหรับเวที
- งานอีเวนต์และกิจกรรมขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
- ระบบเสียงติดตั้งในสถานที่ต่าง ๆ
- ระบบที่ต้องการเพาเวอร์แอมป์ 2 แชนแนลกำลังขับสูง
- ระบบที่ต้องการใช้งานกับโหลด 2, 4 และ 8 Ohm ตามข้อกำหนดของเครื่อง
จุดเด่นของ NTS CA-3000
- เพาเวอร์แอมป์ Class H: ออกแบบสำหรับระบบเสียงที่ต้องการกำลังขับสูง
- กำลังขับ 1,500W x 2 ที่ 8 Ohm: รองรับการขับลำโพงกำลังสูงในระบบเสียงระดับมืออาชีพ
- กำลังขับ 2,250W x 2 ที่ 4 Ohm: รองรับระบบที่ต้องการกำลังขับเพิ่มขึ้นเมื่อใช้งานกับโหลด 4 Ohm
- กำลังขับ 3,000W x 2 ที่ 2 Ohm: รองรับการใช้งานกับโหลดต่ำตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
- รองรับ Bridge Mode: สามารถรวมการทำงานของแชนแนลเพื่อเพิ่มกำลังขับสำหรับระบบที่เหมาะสม
- หม้อแปลง Toroidal: ใช้หม้อแปลงแบบ Toroidal ในภาคจ่ายไฟ
- Damping Factor 300: เป็นค่าที่ระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์สำหรับการควบคุมการทำงานของลำโพง
- ระบบป้องกันหลายรูปแบบ: มี Over Heat, Short Circuit, DC, Limit, Soft Start และระบบป้องกันที่เกี่ยวข้องกับเอาต์พุต
เทคโนโลยีและฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
Class H Amplifier เป็นรูปแบบวงจรขยายเสียงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ การทำงานที่ต้องการกำลังขับสูง โดย NTS CA-3000 ใช้สถาปัตยกรรม Class H ร่วมกับภาคจ่ายไฟแบบหม้อแปลง Toroidal ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบในเพาเวอร์แอมป์ สำหรับระบบเสียงกำลังสูง
CA-3000 เป็นเพาเวอร์แอมป์แบบ 2 Channel จึงสามารถใช้ขับลำโพง แบบ Stereo ได้ และยังรองรับ Parallel Mode รวมถึง Bridge Mode เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการจัดระบบที่แตกต่างกัน
ตัวเครื่องยังมี สวิตช์เลือก Sensitivity ช่วยให้สามารถเลือก ระดับความไวของอินพุตให้เหมาะกับอุปกรณ์ต้นทางและการออกแบบระบบเสียง โดยควรตั้งค่าให้ตรงกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและข้อกำหนดของระบบ
ระบบป้องกันของ NTS CA-3000
NTS CA-3000 มีระบบป้องกันหลายรูปแบบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย ของเครื่องและระบบเสียงระหว่างการใช้งาน โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุฟังก์ชัน ป้องกันที่สำคัญดังนี้
- Over Heat Protection: ป้องกันเมื่ออุณหภูมิของเครื่องสูงเกินกำหนด
- Short Circuit Protection: ช่วยป้องกันกรณีเกิดการลัดวงจร
- DC Protection: ช่วยป้องกันแรงดัน DC ที่อาจส่งออกไปยังลำโพง
- Limit: ระบบจำกัดสัญญาณเพื่อช่วยควบคุมระดับการทำงานของเครื่อง
- Soft Start: ช่วยควบคุมการเริ่มทำงานของระบบเมื่อเปิดเครื่อง
- Output Relay: ระบบรีเลย์ที่เอาต์พุตสำหรับการควบคุมการเชื่อมต่อกับลำโพง
- Zero Current Switch: ระบบที่ระบุไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยควบคุมการทำงานของเอาต์พุต
- Clip Limiter: ช่วยควบคุมสัญญาณเมื่อเกิดการ Clip
วิธีใช้งานเบื้องต้น
- ติดตั้ง NTS CA-3000 ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศเพียงพอ
- เชื่อมต่อสัญญาณ Input จาก Mixer, Processor หรืออุปกรณ์ต้นทาง
- ตรวจสอบค่า Impedance ของลำโพงก่อนเชื่อมต่อกับ Output
- เลือกโหมด Stereo, Parallel หรือ Bridge ให้ตรงกับรูปแบบระบบ
- ตั้งค่า Sensitivity ให้เหมาะสมกับสัญญาณจากอุปกรณ์ต้นทาง
- ตรวจสอบการต่อสายลำโพงให้ถูกต้องก่อนเปิดเครื่อง
- ปรับระดับสัญญาณให้เหมาะสมกับกำลังรับของลำโพง
- หากใช้งาน Bridge Mode ควรตรวจสอบค่าโหลดขั้นต่ำและรูปแบบการต่อสายตามข้อกำหนดของเครื่องก่อนใช้งาน
จุดแตกต่างของ NTS CA-3000
จุดเด่นของ NTS CA-3000 คือการออกแบบเป็นเพาเวอร์แอมป์ Class H 2 แชนแนลกำลังสูง และรองรับการทำงานกับโหลดหลายระดับ ตั้งแต่ 8 Ohm, 4 Ohm ไปจนถึง 2 Ohm ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถนำไป ออกแบบระบบเสียงที่ต้องการกำลังขับสูงได้หลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ยังรองรับทั้ง Bridge / Stereo / Parallel จึงสามารถเลือกวิธีการใช้งานให้เหมาะกับจำนวนลำโพงและรูปแบบการจัดระบบ โดยเฉพาะระบบที่ต้องการรวมกำลังขับเพื่อขับลำโพงที่ต้องการกำลังสูง
เหมาะกับการใช้งานอย่างไร?
NTS CA-3000 เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการเพาเวอร์แอมป์ 2 แชนแนลที่มีกำลังขับสูงสำหรับระบบเสียงมืออาชีพ เช่น งานแสดงสด ระบบเสียงกลางแจ้ง งานอีเวนต์ ระบบเสียงเวที และงานติดตั้งระบบเสียง
ด้วยกำลังขับที่รองรับตั้งแต่ 1,500W x 2 ที่ 8 Ohm ไปจนถึง 3,000W x 2 ที่ 2 Ohm รวมถึงการรองรับ Bridge Mode จึงสามารถนำไปใช้กับระบบเสียง ที่มีความต้องการกำลังขับแตกต่างกัน โดยต้องเลือกการต่อและค่าโหลดให้ตรงกับ ข้อกำหนดของเครื่องและลำโพงที่ใช้งาน
ข้อจำกัดของสินค้า
- เป็นเพาเวอร์แอมป์กำลังสูง จึงควรติดตั้งในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศเหมาะสม
- ตัวเครื่องมีขนาด 3U จึงต้องเผื่อพื้นที่สำหรับติดตั้งใน Rack ให้เหมาะสม
- การใช้งานกับโหลด 2 Ohm ต้องตรวจสอบความสามารถในการรองรับของลำโพงและระบบให้ถูกต้อง
- การใช้งาน Bridge Mode ต้องตรวจสอบค่า Impedance และรูปแบบการต่อสายก่อนใช้งาน
- ควรจับคู่กำลังขับของแอมป์กับกำลังรับของลำโพงอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้งานเกินขีดจำกัดของอุปกรณ์
- ข้อมูลด้านมาตรฐานกันน้ำหรือการป้องกันสภาพอากาศสำหรับการติดตั้งกลางแจ้งแบบถาวรไม่พบข้อมูลยืนยันที่เพียงพอ จึงควรติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
Specification NTS CA-3000
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รุ่น | NTS CA-3000 |
| ประเภท | 2 Channel Power Amplifier |
| Class | Class H |
| ภาคจ่ายไฟ | Toroidal Transformer |
| กำลังขับที่ 8 Ohm | 1,500W x 2 |
| กำลังขับที่ 4 Ohm | 2,250W x 2 |
| กำลังขับที่ 2 Ohm | 3,000W x 2 |
| Bridge ที่ 8 Ohm | 4,500W |
| Bridge ที่ 4 Ohm | 6,000W |
| Damping Factor | 300 |
| โหมดการทำงาน | Bridge / Stereo / Parallel |
| การเลือก Sensitivity | มีสวิตช์เลือก Sensitivity |
| ระบบป้องกัน | Over Heat, Short Circuit, DC, Limit, Soft Start, Output Relay, Zero Current Switch และ Clip Limiter |
| ขนาดเครื่อง | 3U |
ทำไมถึงควรเลือก NTS CA-3000?
NTS CA-3000 เป็นเพาเวอร์แอมป์ Class H สำหรับผู้ที่ต้องการ กำลังขับสูงในระบบเสียง 2 แชนแนล โดยรองรับการใช้งานที่ 8 Ohm, 4 Ohm และ 2 Ohm พร้อมโหมด Bridge และ Parallel เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ในการออกแบบระบบ
ด้วยกำลังขับสูงสุดที่ระบุไว้ 3,000W x 2 ที่ 2 Ohm และรองรับ Bridge สูงสุด 6,000W ที่ 4 Ohm จึงเหมาะสำหรับระบบเสียงที่ต้องการกำลังขับสูง เช่น งานแสดงสด ระบบเสียงกลางแจ้ง งานอีเวนต์ และระบบติดตั้ง โดยควรเลือก การต่อใช้งานให้เหมาะสมกับ Impedance และกำลังรับของลำโพง











































